การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อสร้างศักยภาพการแข่งขันให้แก่ผู้ประกอบการ SMEs
ปัจจุบันในระบบเศรษฐกิจใหม่ที่มีการแข่งขันสูงทั่วโลก เทคโนโลยีสารสนเทศมีบทบาทที่สำคัญต่อกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ในการเสริมสร้างความทันสมัย ความรู้ความสามารถ และสร้างความได้เปรียบของธุรกิจของผู้ประกอบการ SMEs ในเวทีการค้าและการแข่งขันของโลก รัฐบาลได้ตระหนักถึงความสำคัญของกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs และได้มีการจัดตั้งหน่วยงานหลัก เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม มารับผิดชอบในการพัฒนากลุ่มผู้ประกอบการ SMEs โดยตรง โดยมีหน้าที่ในการจัดทําแผนปฏิบัติการส่งเสริมพัฒนาด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพและขีดความสามารถของผู้ประกอบการ SMEs ทั้งนี้ในแนวความคิดของการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs สมัยใหม่จะกําหนดให้ผู้ประกอบการ SMEs เป็นศูนย์กลางของเป้าหมายหลัก (SME Centric Model) ของการพัฒนา กล่าวคือแผนปฏิบัติการต้องเข้าใจถึงความต้องการ สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ และคาดการณ์ถึงปัญหาอุปสรรคต่างๆ ของผู้ประกอบการ SMEs ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้ปฏิบัติได้และเกิดผลเป็นรูปธรรม
ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการ SMEsในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศ มาใช้ในการเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ เนื่องจากเทคโนโลยีสารสนเทศมีความหลากหลายในระบบงานและมีแนวทางการประยุกต์ใช้งานที่แตกต่างกันมากมาย ซึ่งอาจจะสร้างความสับสนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ดังนั้นเพื่อเป็นการให้ความรู้พื้นฐานแก่ผู้ประกอบการให้เข้าใจถึงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศต่างๆ ที่ใช้ในการประยุกต์ใช้งานสำหรับองค์กรธุรกิจของผู้ประกอบการ จึงขอสรุประบบเทคโนโลยีสารสนเทศออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ดังต่อไปนี้
1.ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเครือข่ายเพื่อการติดต่อสื่อสาร (Networks and Communication Applications Solutions) ปัจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศได้มีการพัฒนามาใช้ ประยุกต์การสื่อสารต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างแพร่หลายในราคาที่ถูกทำให้พนักงาน ลูกค้า ผู้จัดจำหน่ายและผู้ประกอบการ สามารถติดต่อกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้เกิดกระแสโลกาภิวัฒน์อย่างทั่วถึงทั้งโลก ระบบการสื่อสารติดต่อที่สำคัญที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย เช่น ระบบ e-mail ระบบ Web-based GroupWare ระบบ Video Conferencing และระบบ Voice Over IP (VOIP) การที่ผู้ประกอบการ SME จะเลือกลงทุนหรือใช้ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการสื่อสารชนิดใด ก็ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของธุรกิจแต่ละประเภทตามความ เหมาะสมของการใช้งานตามลำดับ
2.ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการธุรกิจ (Operation Applications Solutions) หรือที่บางครั้งก็จะเรียกระบบส่วนนี้ว่าส่วนระบบ Back Office คือเป็นส่วนของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการภายในเป็นส่วนที่ทำให้การปฏิบัติงานขององค์กรมีประสิทธิภาพที่ส่วนใหญ่ จะเกี่ยวข้องกับพนักงานและส่วนงานต่างๆ ภายในองค์กรโดยตรง
2.1ระบบที่สำคัญในกลุ่มนี้ก็ได้แก่ระบบ Enterprise Resources Planning : ERP) ซึ่งเป็นระบบการบริหารขององค์กรที่นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาสนับสนุนการปฏิบัติงานในส่วนต่างๆ ขององค์กรให้เกิดประสิทธิภาพ มีความถูกต้องที่รวดเร็ว อันจะเป็นประโยชน์ในการจัดการและการตัดสินใจทางธุรกิจของผู้บริหาร องค์ประกอบพื้นฐานของระบบ ERP จะประกอบด้วยระบบบัญชีและการบริหารการเงิน ระบบการบริหารการผลิต การวางแผนการผลิต การควบคุมสินค้าคงคลังและการจัดส่ง ระบบบริหารงานพัสดุ การจัดซื้อ และระบบบริหารงานบุคลากร การจ่ายเงินเดือน ประวัติพนักงาน และสวัสดิการต่างๆ
2.2ระบบการบูรณาการและการบริหารห่วงโซ่เชื่อมโยง (e-Collaboration and Value Chain Management Applications Solutions) ปัจจุบันแนวความคิดของการบริหารกลุ่มวิสาหกิจเครือข่ายและการเชื่อมโยงเป็นห่วงโซ่ กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ในการสร้างเครือข่ายนี้จะเป็นการรวมกลุ่มของผู้ประกอบการไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการ SME ด้วยกันหรือผู้ประกอบการ SME กับบริษัทผู้ซื้อขนาดใหญ่อันเป็นการบูรณาการให้เกิดการร่วมมือดำเนินการผลิต ทั้งส่วนของผลิตภัณฑ์และการบริการของกลุ่ม อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วให้แก่ลูกค้าในตลาดโลก ในการเชื่อมโยงของระบบสายการผลิตและบริการนี้จะเป็นการเชื่อมโยงของระบบ Back Office และฐานข้อมูลของผู้ประกอบการต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตของกลุ่มเข้าด้วยกัน เช่น ระบบติดต่อข้อมูล ข่าวสารของผลิตภัณฑ์การผลิต การจัดส่ง การจัดซื้อ ผ่านระบบเครือข่ายเทคโนโลยีสารสนเทศในการบูรณาการที่เกิดขึ้นนี้ จะเป็นการร่วมมือของผู้ประกอบการในกลุ่มให้มีความต่อเนื่องเสมือนหนึ่งเป็นผู้ประกอบการเดียวกัน
3.ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการตลาดและการบริการลูกค้า (Marketing and Customer Services Solutions) หรือที่บางครั้งก็จะเรียกส่วนนี้ว่าส่วน Front Office คือเป็นส่วนของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่สนับสนุนในส่วนหน้าของสำนักงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับลูกค้าและการตลาด ซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับบุคคลภายนอกที่เป็นลูกค้าหรือกลุ่มพนักงานขององค์กร ที่ต้องมาติดต่อเกี่ยวข้องและให้บริการกับบุคคลเหล่านี้ระบบต่างๆ ในกลุ่มนี้ประกอบด้วย
3.1ส่วนการบริหารการตลาด (e-Marketing) ผู้ประกอบการ SME สามารถที่จะนำระบบการตลาด และการขายเหล่านี้มาส่งเสริมแนะนำผลิตภัณฑ์และการบริการสู่ลูกค้า และเป็นการประชาสัมพันธ์องค์กรให้เป็นที่รู้จักด้วยต้นทุนต่ำ แต่เกิดผลเผยแพร่ได้ทั่วโลก
3.2ส่วนการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-Marketplace and e-Commerce) เป็นการนำธุรกิจเข้าสู่ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตในการเชื่อมโยงธุรกิจการค้าต่างๆ ให้ผู้ซื้อและผู้ขายเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ก็จะมีระบบบริการต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้มีการซื้อขายทำธุระกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เช่นระบบการจ่ายเงินระบบการขนส่งและประกันภัยสินค้า เป็นต้น
3.3ส่วนการบริหารลูกค้าสัมพันธ์ (Customer Relationship Management : CRM) เป็นระบบการศึกษาวิเคราะห์เข้าใจถึงพฤติกรรมของลูกค้า เพื่อสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิผล เป็นการสร้างความสัมพันธ์ ความเชื่อถือ และการบริการที่ดีแก่ลูกค้า
:: การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ::
เขียนโดย
jO3_sP'Oo7..
on วันพุธที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2552
ป้ายกำกับ:
เกี่ยวกับเทคโนโลยี


0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น